“แม็กซ์เท็กซ์” ชูนวัตกรรมเครื่องผลิตแป้งจากข้าวไซส์มินิ ส่งออกตีตลาดประเทศเพื่อนบ้าน

นายไตรภพ บุญเหมือน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  แม็กซ์เท็กซ์ เทรดดิ้ง กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทเร่งพัฒนาและคิดค้นผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายขึ้น เพื่อสร้างความแตกต่าง สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ และขยายผลการดำเนินการทางด้านธุรกิจ ให้สอดรับกับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน และสร้างความเปลี่ยนแปลงรูปแบบใหม่ในธุรกิจแป้งข้าวชนิดต่างๆ

ในปี 2562 ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการส่งออกแป้งข้าวเจ้ามูลค่าสูงถึง 1,329 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2561 ถึงประมาณ 5.17% (ข้อมูลอ้างอิง : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร) และยังเป็นธุรกิจที่คาดว่าจะมีแนวโน้มการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากราคาข้าวตกต่ำ ผู้ผลิตจึงหันมาให้ความสำคัญกับการแปรรูปข้าวให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

โดยบริษัทได้คิดค้นนวัตกรรมรายแรกของโลกในรูปแบบ Mini Factory และโครงการ Maxtex Rice Flour Mill หรือกระบวนการผลิตแป้งด้วยกรรมวิธีผลิตแบบโม่น้ำ (Wet Milling Method) สำหรับแปรรูปข้าว โดยจับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กหรือ SMEs ให้เข้ามาลงทุน พบว่า หลังจากเปิดตัวไปได้รับผลตอบรับที่ดีมากสำหรับตลาดต่างประเทศ เช่น เวียดนาม

ไตรภพ บุญเหมือน

ทั้งนี้ เนื่องจากเวียดนามเป็นประเทศที่เติบโตได้อย่างรวดเร็ว มีปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ดี ซึ่งบริษัทได้มองเห็นโอกาสความเป็นไปได้ที่จะสร้างรายได้และผลกำไรอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ในขั้นตอนการเสนอราคาทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ รวมกันเป็นมูลค่าประมาณ 17 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 510 ล้านบาท ส่วนตลาดในประเทศพบว่า มีนักลงทุนที่สนใจและได้ทำการเสนอราคาโครงการไปแล้วเป็นมูลค่าประมาณ 65 ล้านบาท

“จุดเด่นของเราคือ Maxx Series RFPC โรงงานแปรรูปข้าวเป็นแป้ง (SMEs) ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่มี Know How มีเทคโนโลยีของตัวเอง และเป็นผู้ผลิตรายแรกของโลกที่ทำกระบวนการผลิตแป้งข้าวแบบโม่น้ำขนาดกะทัดรัด กำลังการผลิต 75 กิโลกรัมต่อชั่วโมง และสามารถเพิ่มกำลังการผลิตถึง 150 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ในรุ่น Maxx – 150 RFPC ซึ่งเรามีการทำ Feasibility Study และ ROI เพื่อให้ลูกค้าสามารถมองเห็นโอกาสความเป็นไปได้ในการลงทุน ว่าใช้งบประมาณในการลงทุนจำนวนเท่าไหร่ และใช้ระยะเวลาในการคืนทุนกี่ปี ซึ่งเรามีการคำนวณให้เห็นอย่างชัดเจน ว่ามีการใช้เงินลงทุนน้อย และคืนทุนเร็วมาก”

จุดขายสำคัญของโมเดล Maxx Series RFPC เป็นเครื่องจักรขนาดกะทัดรัดจึงไม่จำเป็นต้องกักตุนหรือใช้วัตถุดิบในปริมาณมาก เพียงแค่ใช้วัตถุดิบ 75 กิโลกรัม/ชั่วโมง สำหรับรุ่น Maxx – 75 RFPC และ วัตถุดิบ 150 กิโลกรัม/ชั่วโมง สำหรับรุ่น Maxx – 150 RFPC ขึ้นไป ก็เพียงพอในการเริ่มกระบวนการแล้ว และยังสามารถปรับเปลี่ยนวัตถุดิบได้หลากหลาย

อาทิ ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวนึ่ง ข้าวญี่ปุ่น ข้าวบาสมาติ โดยเฉพาะข้าวออร์แกนิก ขั้นตอนการทำงานไม่ยุ่งยาก ทำความสะอาดง่าย แตกต่างจากเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ต้องใช้วัตถุดิบในปริมาณมาก ๆ ถึงจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ ดังนั้นจึงสามารถพูดได้ว่า Maxx Series RFPC เป็นกระบวนการผลิตแป้งข้าวแบบโม่น้ำที่มีการพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่ม ต่อยอด สร้างรายได้ทวีคูณ เมื่อพิจารณาจากมูลค่าและระยะเวลาในการลงทุนนับว่าคุ้มค่ากับการลงทุนเป็นอย่างมาก

สำหรับปี 2564 บริษัททุ่มงบประมาณทางการตลาดกว่า 60 ล้านบาท ที่จะเร่งดำเนินการด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ ทั้งใน-ต่างประเทศ โดยจะเริ่มจากตลาดในประเทศไทยก่อน ส่วนตลาดต่างประเทศนั้นจะมุ่งเน้นเรื่องการสื่อสารให้นักลงทุนได้รับรู้ถึงผลิตภัณฑ์ของบริษัทว่ามีข้อดี ข้อเด่น และสามารถผลิตอะไรได้บ้าง มีความคุ้มค่าในการลงทุน ที่สำคัญยังมีการคืนทุนที่รวดเร็วมาก และสร้างจุดเด่นในเรื่องของคุณภาพสินค้าซึ่งเป็นเครื่องจักรระดับพรีเมี่ยมจากเมืองไทย หรือ Premium Product from Thailand

จากนั้นจะทำการโฆษณาประชาสัมพันธ์ในรูปแบบของการเปิดให้เยี่ยมชมสินค้า (Open House) การแสดงสินค้า (Road Show) และการจัดทำนิทรรศการ (Exhibition) ต่าง ๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศในปี 2564 เพื่อให้นักลงทุนได้เห็นถึงกระบวนการทำงานที่ชัดเจนมากขึ้น และเป็นการสร้างโอกาสทางเลือกให้กับนักลงทุนอีกด้วย

โดยบริษัทตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะมีรายได้จากทั่วโลก 20,000 ล้านบาท หรือประมาณ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายใน 10 ปี หรือภายในปี 2574 ทั้งส่วนของ Compact Unit และ Large Size Unit โดยแบ่งเป็นตลาดเวียดนาม มูลค่า 6,000 ล้านบาท ส่วนตลาดในประเทศไทยคาดว่าจะมียอดขาย Maxx Series RFPC 10 Unit ต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,700 ล้านบาท และขนาดการผลิต 300 – 2,000 กิโลกรัมต่อชั่วโมง จำนวน 2 Unit ต่อปี มูลค่ากว่า 2, 000 ล้านบาท

“แม็กซ์เท็กซ์” ชูนวัตกรรมเครื่องผลิตแป้งจากข้าวไซส์มินิ  ส่งออกตีตลาดประเทศเพื่อนบ้าน  

นอกจากนี้ยังวางแผนการจัดจำหน่ายไปยังประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกมูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาทอีกด้วย โดยมีหน่วยงานภาครัฐที่จะเข้ามาสนับสนุนเพื่อให้โครงการนี้เข้าถึงตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น รวมทั้งใช้ระบบ Agent, Distributor และรูปแบบ Franchise มาสร้างเครือข่ายหรือเน็ตเวิร์คในการทำธุรกิจแบบ Worldwide เพื่อเป็นการตอกย้ำแบรนด์ฝีมือคนไทยที่มีศักยภาพ

https://www.thansettakij.com/content/business/459968?utm_source=homepage&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=business

Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn
Share on pinterest
Pinterest

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *